Username :
Password :
 
 

 เกาะเต่า เป็นเกาะเล็กๆกลางอ่าวไทยมีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วขนาด21ตารางกิโลเมตรตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะพะงัน ตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    ในอดีตชาวเกาะสมุยและเกาะพะงันได้มาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการทำประมง หาไม้ น้ำมันยางและจับจองที่ดินทำสวนมะพร้าว จากหลักฐานอายุมะพร้าวพบว่า ราษฎรเข้ามาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ประมาณปี 2475-2476 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับ “การปฏิวัติสยาม พ.ศ.2475” อันถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย ที่ “คณะราษฎร์” ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไปสู่ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และนำไปสู่ความขัดแย้งจนเกิดเหตุการณ์ “กู้บ้านกู้เมือง” หรือที่รู้จักกันดีว่า เหตุการณ์ “กบฏบวรเดช”

    นับว่าการก่อกบฏในครั้งนี้เป็นการกบฏครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่าง 11-24 ตุลาคม พ.ศ. 2476 ที่สุดรัฐบาลรุกไล่ได้รับชัยชนะและจัดตั้ง “ศาลพิเศษ” ขึ้นมาตัดสินพิพากษาโทษจำคุกตลอดชีวิต ความขัดแย้งระส่ำระสายยังคงเกิดขึ้นอีก ในปี 2478 เกิดเหตุการณ์ “กบฏนายสิบ” แต่มิทันได้ลงมือ รัฐบาลจับได้ในทันที 
    นักโทษการเมืองจากทั้งสองเหตุการณ์ถูกจำคุก ณ แดนหก เรือนจำกองมหันตโทษ หรือ เรือนจำกลางบางขวาง นนทบุรี จนมีคำสั่งให้ส่งตัวนักโทษการเมืองไปกักขังที่อ่าวตะโละอุดัง เกาะ  ตะรุเตา จ.สตูล กระทั่งปลายปี 2484 เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2486 รัฐบาลจึงมีคำสั่งย้ายนักโทษการเมืองจากเกาะตะรุเตา ชายแดนฝั่งทะเลอันดามันตอนใต้สุดไปเกาะเต่า กลางทะเลอ่าวไทย

    จากวันนั้น “เกาะเต่า” ได้ทำหน้าที่เป็น “เรือนจำ” กักขังนักโทษการเมือง 61 ชีวิตนับแต่วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2486 เป็นต้นมา กระทั่งมีสัญญาณจากเครื่องบินมาทักษิณาวัตรส่งสัญญาณแห่งอิสรภาพอยู่เหนือเกาะในอีก 1 ปี 5 เดือนกับ 20 วันถัดมา 
    วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2487 กรมโฆษณาการประกาศแถลงการณ์ พระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษเด็ดขาดที่เกี่ยวแก่การกบฏและจลาจลรุ่นปีพ.ศ.2476 และ 2478
     วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2487 วันที่นักโทษการเมืองได้รับการปลดปล่อย ทั่วทั้งตลาดเมือง    สุราษฎร์ธานีจึงขวักไขว่ไปด้วยอดีตนักโทษการเมือง... 
     ข้อความบันทึกประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่าง “นักโทษกบฏบวรเดช” กับ “เกาะเต่า” จึงปิดฉากลงนับจากนั้นมา 
     อย่างไรก็ดีจากสืบค้นถึงประวัติศาสตร์ภาคชุมชนเกาะเต่า พบว่าในช่วงปีพ.ศ.2480 ราษฎรที่อาศัยอยู่เกาะสมุย เกาะพะงันได้เข้ามาทำมาหากิน ปลูกผลอาสิน โดยเฉพาะมะพร้าว พร้อมใบขออนุญาตจับจอง คือ “ใบเหยียบย่ำ” ที่ทางอำเภอเกาะสมุยออกให้ และ “ตราจอง” ที่ออกโดยเจ้าพนักงานที่ดิน ตามพระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2479 มาจับจองที่ดินบนเกาะพะงัน เกาะสมุย รวมถึงเกาะเต่าด้วย โดยบรรพบุรุษของตระกูลบุญชัย ตระกูลมีเพียร ตระกูลสุขผลและอีกหลายๆ กลุ่ม แต่ระหว่างปี พ.ศ. 2484-2488 เป็นช่วงภาวะสงคราม ข้าวยากหมากแพง ชาวบ้านบางกลุ่มย้ายกลับเกาะสมุยและเกาะพะงัน และกลับมาดูแลพืชผลเป็นครั้งคราวกระทั่งสงครามจบสิ้น จึงได้กลับเข้ามาทำประโยชน์ต่อเนื่อง

    จนกระทั่งปี พ.ศ. 2497 รัฐบาลออกพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ให้ผู้ที่จับจองทีดิน ไปแจ้งสิทธิครอบครอง (ส.ค. 1) ต่อนายอำเภอ และราษฎรที่จับจองที่ดินอยู่ ไม่ว่าที่เกาะสมุย เกาะพะงัน รวมทั้งเกาะเต่าด้วย ได้ไปแจ้ง สิทธิครอบครอง หรือ ส.ค.1 ต่อ ผู้ใหญ่บ้าน ต่อกำนัน และกำนันก็รวบรวมไปแจ้ง ต่อนายอำเภอเกาะสมุย ซึ่งสมัยนั้น กำนันตำบลเกาะพะงัน คือ นายจิ๋ว พิริยสถิต แต่ปรากฏว่า ผู้ที่จับจองที่ดินที่เกาะเต่า ไม่สามารถแจ้งการครอบครองสิทธิ ( ส.ค.1) ในสมัยนั้นได้ เหตุเพราะมีผู้แจ้งสิทธิครอบครอง ( ส.ค.1) ครอบไว้แล้วทั้งเกาะ โดยนายครรชิต พัฒนศรี ตัวแทนของกระทรวงการคลัง เป็นผู้แจ้ง จึงเป็นเหตุให้ราษฎรเกาะเต่าในสมัยนั้น ไม่มีส.ค.1 กระนั้นราษฎรส่วนใหญ่ก็ทำกินโดยสุจริตมาตลอด

    ชุมชนเกาะเต่าเริ่มขยายตัว มีการตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นในปีพ.ศ. 2510 ต่อมาชาวบ้านร่วมลงแรงและเงินมาสร้างอาคารเรียน “โรงเรียนบ้านเกาะเต่า” และเปิดการเรียนการสอนครั้งแรก ในปีพ.ศ. 2512และในปีถัดมาเกาะเต่าได้ยกฐานะจากชุมชน เป็นหมู่ที่ 9 ตำบลเกาะพะงัน   อำเภอเกาะสมุย และแต่งตั้ง นายเจริญ ทองนวล เป็นผู้ใหญ่คนแรกของเกาะเต่า จนปีพ.ศ. 2517 จึงมีการตั้ง “สุขศาลา” หรือ “สถานีอนามัย” ขึ้นมา

    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาราษฎรเกาะเต่ามีการทำมาหากินอย่างเปิดเผยและได้ทำหนังสือร้องเรียนเพื่อขอเอกสารสิทธิ์มาโดยตลอด นับจากปีพ.ศ.2529 จนกระทั่งปัจจุบัน